KSK KEYING · PRODUCT & OPERATIONS UPDATE

จากผลรันจริง สู่การใช้งานจริง

สรุปความก้าวหน้าของงานเอกสาร ฟีดแบ็กที่นำไปปรับผลิตภัณฑ์ และภาพการทำงานในระบบสำนักงาน โดยแสดงเฉพาะข้อมูลรวมที่ไม่ระบุตัวบุคคลหรือลูกค้า

ช่วงงาน 10–14 ก.ย. 2569 · ภาพระบบ ณ 14 ก.ย. 2569 · ข้อมูลแบบอ่านอย่างเดียว

ภาพรวมในหนึ่งนาที

ตัวเลขงานเอกสารกับ Activity ในระบบสำนักงานเป็นคนละขอบเขต จึงไม่ควรนำมาบวกกัน

8 / 9งานเอกสารที่รันจบ1 งานหยุดกลางทาง
1,369หน้าที่อ่านครบตามแผนจาก 8 งานที่จบ
$12.30ค่าอ่าน AI รวม837 calls รวมงานที่หยุด
6 / 8งานที่มีการใช้งานหลัง AI197 records ถูกแก้จริง
5 / 6feedback issues หลักที่ปิดแล้วอีก 1 issue รอหลักฐานจากงานจริง

Product progress

ความหมายของ 5 / 6 คือจำนวน issue ที่ปิดแล้ว ไม่ใช่จำนวนกลุ่มที่ส่ง feedback

ภาพรวมการรัน

8 งานอ่านครบ 1,369 / 1,369 หน้า

อีก 1 งานถูกหยุดหลังเริ่มอ่าน จึงยังไม่มีผลให้พนักงานตรวจ

ภาพรวมการใช้งานจริง

  • พนักงานเข้าแตะงานแล้ว 6 จาก 8 งานที่รันจบ
  • แก้ข้อมูลจากผล AI จริง 197 records
  • บันทึกสถานะเก็บ ตัดออก หรือรอตรวจรวม 249 รายการ
  • งานแก้ 157 จาก 197 records กระจุกใน 2 งานหลัก

สิ่งที่ปรับตามฟีดแบ็กผู้ใช้

คงรายละเอียดที่ผู้ใช้เห็นและนำไปใช้ได้จริง โดยตัดข้อมูลเชิงบุคคลออก

แก้แล้ว

ค้นหาบัญชีในหน้า Review

ค้นหาด้วยรหัสหรือชื่อบัญชี และเลือกด้วยคีย์บอร์ดได้ ลดการเลื่อนหารายการยาว

แก้แล้ว

เพิ่ม ลบ และย้อนกลับบรรทัดบัญชี

เพิ่มรายการที่ AI อ่านตกได้เอง และข้อมูลยังอยู่หลังสร้างรีวิวใหม่

แก้แล้ว

ตรวจ Contact ก่อน export

เห็นสถานะการจับคู่ล่วงหน้า พร้อมทำคำอธิบายในไฟล์ PEAK ให้สะอาดขึ้น

แก้แล้ว

รวมหน้าเอกสาร VAT ให้ถูกชุด

ต่อหน้าที่เป็นเอกสารเดียวกันเมื่อมีหลักฐานชัดเจน ลดการแยกยอด VAT ผิดก้อน

ฟังก์ชันครบ · รอพิสูจน์

Statement แบบใหม่

รองรับค่าใช้จ่าย รายรับ การผูกเอกสารเดิม และรายการธนาคารปกติ พร้อม Contact, VAT, WHT และหลายบรรทัด; issue ภาพรวมยังเปิดเพื่อรอดูผลจริง

ผลรันจริงแบบไม่ระบุตัวลูกค้า

รักษาภาพรวมและการกระจายงานแก้ โดยไม่เผยแพร่ตารางรายลูกค้า

8งานรันจบ
1งานหยุด
75%งานจบที่มีการใช้งาน

งานที่หยุดอ่านไปเพียงบางส่วนและไม่สร้างผลให้ตรวจ จึงไม่นับรวมใน 1,369 หน้าที่อ่านครบตามแผน

งานแก้หลัง AI กระจุกอยู่ที่ไหน

2 งานหลัก
157
3 งานที่เหลือ
40

รวม 197 records; การกระจุกตัวนี้ควรใช้เลือกจุดสุ่มตรวจและหาสาเหตุที่ต้องแก้ซ้ำ

Technical issues ที่พบ

ไฟล์ต้นทางและการอ่าน

  • ชื่อไฟล์ยาวทำให้บางหน้าได้รับผลกระทบ; มีตัวแก้แล้วแต่ต้องยืนยันหลัง deploy และรันใหม่
  • พบ PDF ติดรหัสหรือเปิดไม่ได้ ต้องปลดรหัสหรือขอไฟล์ใหม่
  • AI เคยตอบยาวเกินขีดจำกัดหรือตอบว่าง ระบบลองใหม่จนงานส่วนใหญ่จบ แต่ยังมีหน้าที่ต้องอ่านซ้ำ

งานตรวจต่อ

  • บางรายการ Statement ยังไม่มีรหัสบัญชี ทำให้งานตรวจต่อยังมาก
  • ต้องพิสูจน์ว่า Statement แบบใหม่ช่วยป้องกันรายการซ้ำในงานจริง
  • ต้องติดตามพื้นที่ดิสก์และความสดของ Dropbox sync ก่อนรันชุดถัดไป

ไทม์ไลน์ 10–14 ก.ย.

พฤหัส 10

รัน 5 งาน: จบ 4 หยุด 1 พร้อมรับ feedback และปรับ Review UI

ศุกร์ 11

รันจบอีก 3 งาน รวมงาน VAT, Contact และความสามารถ Statement ใหม่

เสาร์ 12

ไม่พบการรันใหม่

อาทิตย์ 13

รันอีก 1 งาน พบปัญหาชื่อไฟล์และ PDF พร้อมเพิ่มการป้องกันหลังรัน

จันทร์ 14

ไม่มีรันใหม่ อยู่ในช่วงตรวจผลและรอดูการใช้ UI กับ Statement ที่ปรับแล้ว

Operational outcome

Activity หมายถึงการอัปเดตงานหรือข้อมูลจริง ไม่รวมผู้ที่เพียงเข้าสู่ระบบ

9พนักงานที่มี Activity
60ลูกค้าไม่ซ้ำที่ถูกอัปเดต
80งานไม่ซ้ำที่ถูกทำหรืออัปเดต
397รายการ audit ทั้งหมด

Activity ตามประเภท

222เช็กหรือแก้เกท
47เซ็นตรวจรับ
19อัปเดตสถานะหรือความคืบหน้า
16เลื่อนเฟส
16แก้รายการแบบ
60แก้ข้อมูลเฉพาะกิจ
17ตั้งค่าหรือเริ่มรัน
0แก้ข้อมูลเงินผ่าน audit

สถานะลูกค้าปัจจุบัน

122 ใช้งานอยู่ · 30 หยุดชั่วคราว · 0 เลิกใช้บริการ

รวม 152 ราย และไม่พบการเปลี่ยนสถานะผ่าน audit ในช่วงที่รายงาน

ข้อมูลเงินในฐานปัจจุบัน

157 รายการเรียกเก็บ · 72 ใบรับเงิน · 77 การจัดสรรเงิน · 9 แผนจัดสรร

ไม่พบการแก้ข้อมูลเงินผ่าน audit ในช่วงนี้; ยอดปัจจุบันอาจมาจากการนำเข้าก่อนเริ่มเก็บประวัติ

Exceptions

รายการที่ต้องตาม ไม่ได้แปลว่าระบบทั้งหมดล้มเหลว

ต้องรันใหม่

งานหยุดกลางทาง 1 งาน

ยังไม่มีผลให้พนักงานตรวจ และไม่นับหน้าบางส่วนรวมกับยอดงานที่จบ

ติดตามการใช้

ยังไม่เห็นการใช้งาน 2 จาก 8 งาน

ควรแยกว่าติด onboarding, workflow หรือยังไม่ถึงเวลาตรวจงาน

รอหลักฐาน

issue ภาพรวมเหลือ 1 จาก 6

ฟังก์ชัน Statement ครบแล้ว แต่ยังต้องพิสูจน์กับงานจริงก่อนปิด issue

Risks

  • จำนวนหน้าและ calls บอก throughput แต่ไม่แทนความถูกต้องของผลลัพธ์
  • งานแก้กระจุกตัวสูง อาจสะท้อนรูปแบบเอกสารหรือกติกาที่ยังต้องปรับ
  • ไฟล์ติดรหัส ไฟล์เปิดไม่ได้ และหน้าที่อ่านไม่สำเร็จทำให้ผลบางงานยังไม่ครบ
  • รายงานเป็น snapshot ครั้งเดียว จึงยังบอกแนวโน้มเทียบสัปดาห์ก่อนไม่ได้

Next actions

  1. รันงานที่หยุดใหม่ และยืนยันตัวแก้ชื่อไฟล์หลัง deploy
  2. ขอไฟล์ PDF ที่เปิดได้ แล้วอ่านหน้าที่ตกใหม่
  3. เติมรหัสบัญชี Statement โดยเริ่มจากกลุ่มงานที่มีภาระตรวจสูง
  4. ติดตาม 2 งานที่ยังไม่เห็นการใช้งาน และพิสูจน์ Statement แบบใหม่ก่อนปิด issue ที่เหลือ
  5. สุ่มตรวจ 197 records โดยให้น้ำหนักกับ 2 งานที่รวมกันคิดเป็น 79.7% ของงานแก้
  6. กำหนดช่วงเวลารายงานและนิยามตัวหารให้คงที่ เพื่อเทียบต้นทุน คุณภาพ และ adoption ครั้งถัดไป